การผลิตเฟอร์นิเจอร์จากเศษกระดาษพิมพ์สิ่งพิมพ์มีค่าและขี้เลื่อย
Furniture from old banknote and sawdust
พรชัย เสมแก้ว1) ปวราย์ คำหารพล2) วรรณรัตน์ สถิตเกรียงไกร3) นุชจรินทร์ เหลืองสะอาด*4)
ชื่อผู้ทำโครงงาน1),2),3) และ ชื่อหัวหน้าโครงการ*4)
1) ภาควิชาเทคโนโลยีการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
Email : yun_sp@hotmail.com
2) ภาควิชาเทคโนโลยีการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
Email : my_2531@hotmail.com
3) ภาควิชาเทคโนโลยีการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
Email : ann_kapolokap@hotmail.com
4) ภาควิชาเทคโนโลยีการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
Email : nucharin2@yahoo.com*
บทคัดย่อ
โครงงานการผลิตเฟอร์นิเจอร์จากเศษกระดาษธนบัตรเก่าและขี้เลื่อย โดยใช้พลาสติกพอลิเอทิลีนความหนาแน่นเป็นตัวประสาน ซึ่งมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1. เพื่อหาอัตราส่วนที่เหมาะสมระหว่างเศษกระดาษธนบัตรเก่า ขี้เลื่อย และพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูงที่นำมาผลิตแผ่นชิ้นไม้อัด 2. เพื่อศึกษาวิธีการขึ้นรูปแผ่นชิ้นไม้อัด (Particle board) และศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพของแผ่นชิ้นไม้อัด 3. เพื่อนำแผ่นชิ้นไม้อัดไปผลิตเฟอร์นิเจอร์ โดยนำขี้เลื่อยมาผสมกับเศษกระดาษธนบัตรเก่าและพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูงในอัตราส่วน 2:3:5 , 1:3:6 และ 0:3:7 ตามลำดับ แล้วนำไปขึ้นรูปเป็นแผ่นชิ้นไม้อัดด้วยเครื่องอัดร้อนในแนวราบ และผ่านเครื่องหล่อเย็นเพื่อให้แผ่นชิ้นไม้อัดแข็งตัว จากนั้นนำแผ่นชิ้นไม้อัดไปตัดเจียนขอบ และตัดขนาดของแผ่นชิ้นไม้อัดเพื่อทำการทดสอบตามมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.876-2547)ผลการทดสอบพบว่า แผ่นชิ้นไม้อัดที่มีอัตราส่วนของเศษกระดาษธนบัตรเก่า 30 เปอร์เซ็นต์และพอลีเอทิลีนความหนาแน่นสูง 70 เปอร์เซ็นต์ มีค่าความชื้นและค่าการดูดซึมน้ำน้อยที่สุด คือ 0.91 และ 5.48 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ มีค่าการต้านแรงดัด การต้านแรงดึงตั้งฉากกับผิวหน้า และการยึดเหนี่ยวของตะปูเกลียวทั้งด้านผิวและด้านขอบมากที่สุด คือ
23.55 เมกะพาสคัล 1.94 เมกะพาสคัล 588.33 นิวตัน และ 565.00 นิวตัน ตามลำดับ จากนั้นนำแผ่นชิ้นไม้อัดที่อัตราส่วน 7:3:0 ไปผลิตเป็นชั้นวางหนังสือแบบช่องรังผึ้ง
คำสำคัญ : เศษกระดาษธนบัตรเก่า/ ขี้เลื่อย/ วัสดุรีไซเคิล/ แผ่นชิ้นไม้อัด/ มอก.876-2547
1. บทนำ
1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
เนื่องจากปัจจุบันมีการขยายตัวของประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงมีการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้เพิ่มขึ้น โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่ตามมา ในแต่ละปีมี
ขยะจากการใช้กระดาษมากเป็นอันดับหนึ่ง ทำ ให้เกิดผลกระทบต่อธรรมชาติและเกิดภาวะโลกร้อน จึงเป็นประเด็นที่ทุกคนให้ความสนใจมากขึ้นมีการคิดค้นประดิษฐ์และแปรรูปวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นสิ่งมีค่าที่สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตประจำวัน ช่วยลดปริมาณการทิ้งของเสียอย่างเปล่าประโยชน์ อีกทั้งช่วยเพิ่มมูลค่าสิ่งของเหลือใช้ให้กลับมามีคุณค่าอีกครั้ง
ในแต่ละวันโรงพิมพ์ธนบัตรจะนำธนบัตรเก่าที่ไม่ใช้แล้วเข้ามาเก็บเพื่อรอการนำไปเผาทำลาย แต่เนื่องด้วยคุณลักษณะพิเศษของกระดาษธนบัตรเก่าที่มีเยื่อใยยาวและมีความเหนียวมากเป็นพิเศษ ทนต่อการฉีกขาดทนทานต่อการเปียกน้ำ และทำให้ยากต่อการปลอมแปลง [1] จึงเป็นคุณลักษณะพิเศษที่ดีซึ่งสามารถนำไปเป็นส่วนประกอบของการผลิตแผ่นชิ้นไม้อัดเพื่อนำไปทำขึ้นรูปผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์ใช้ประโยชน์ต่อไป ส่วนขี้เลื่อยนั้นเป็นของเหลือทิ้งในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้มีโครงสร้างเป็นเส้นใยทำหน้าที่เป็นตัวให้ความแข็งแรงในเนื้อไม้สักมีสารเคมีพิเศษอยู่ชนิดหนึ่ง คือ โอ-คริซิลเมทิลอีเทอร์(O-cresyl methyl ether) ซึ่งมีความคงทนต่อปลวกและมอดได้ดี [2] จึงเหมาะแก่การนำไปส่วนประกอบในการผลิตแผ่นชิ้นไม้อัด (particle board)
จากผลงานวิจัยเรื่องแผ่นประกอบพลาสติกกับขี้เลื่อยพบว่าคุณสมบัติโดยทั่วไปของพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูงมีความแข็งแรง ทนอุณหภูมิสูงและคงรูป มีลักษณะผิวแข็ง มีค่าไดเร็คทริคซิตี้(dilectricity) ดีมากไม่มีรสและกลิ่น สามารถต้มฆ่าเชื้อได้ อีกทั้งยังทนต่อสารเคมีประเภทกรด ด่างและแอลกอฮอล์ได้ดีอีกด้วย ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวจึงเหมาะอย่างยิ่งในการใช้เป็นสารยึดติดสำหรับการผลิตแผ่นชิ้นไม้อัด (particle board) [3]
1.2 วัตถุประสงค์ของโครงงาน
1. เพื่อหาอัตราส่วนที่เหมาะสมระหว่างเศษกระดาษธนบัตรเก่า ขี้เลื่อย และพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูงที่นำมาผลิตแผ่นชิ้นไม้อัด
2. เพื่อศึกษาวิธีการขึ้นรูปแผ่นชิ้นไม้อัด (particle board) และศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพของแผ่นชิ้นไม้อัด
3. เพื่อนำแผ่นชิ้นไม้อัดไปผลิตเฟอร์นิเจอร์ได้
1.3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. ทำให้ทราบถึงอัตราส่วนที่เหมาะสมระหว่างเศษกระดาษธนบัตรเก่า ขี้เลื่อย และพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูงที่นำมาผลิตแผ่นชิ้นไม้อัดได้
2. ทราบวิธีการขึ้นรูปแผ่นชิ้นไม้อัด(particle board)และคุณสมบัติทางกายภาพ
3. สามารถพัฒนาแผ่นชิ้นไม้อัดนำไปขึ้นรูปประกอบเป็นเฟอร์นิเจอร์
4. สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์โดยส่งเสริมการใช้วัสดุเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมพิมพ์ธนบัตร
5. สามารถนำแผ่นชิ้นไม้อัดที่แปรรูปจากเศษกระดาษธนบัตรเก่าและขี้เลื่อยที่พัฒนาแล้วมาใช้ในอุตสาหกรรมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(SMEs)
6. สามารถเพิ่มคุณค่า ลดต้นทุน และลดมลภาวะให้กับอุตสาหกรรมผลิตแผ่นชิ้นไม้อัดไทย
2. การดำเนินการวิจัย
2.1 วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
2.1.1 วัตถุดิบที่ใช้ในการวิจัย
1. เศษกระดาษธนบัตรเก่า
2. ขี้เลื่อย
3. เม็ดพลาสติกพอลีเอทิลีนความหนาแน่นสูง (HDPE)
4. แผ่นพลาสติกพอลีเอทิลีนเทอเรฟทาเลต (PET)
2.1.2 อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงานวิจัย
1. แผ่นเหล็ก
2. ถุงมือ
3. ผ้าปิดจมูก
4. ถังบรรจุวัตถุดิบ
5. รถเข็น
6. บล็อกสำหรับขึ้นรูป
7. เลื่อยวงเดือน
8. ตะปู
9. ค้อน
10. กระดาษทราย
2.1.4 เครื่องมือที่ใช้ในการทำงานวิจัย
1. เครื่องชั่งน้ำหนัก
2. เครื่องอัดร้อน และ เครื่องอัดเย็น
3. เครื่องตัดเจียนขอบ
2.1.5 เครื่องมือที่ใช้ในการทดสอบแผ่นชิ้นไม้อัด
1. เครื่องทดสอบความหนาแน่น
2. เครื่องทดสอบความชื้น
3. เครื่องทดสอบการดูดซึมน้ำ
4. เครื่องทดสอบการพองตัวเมื่อแช่น้ำ
5. เครื่องทดสอบการต้านแรงดัด
6. เครื่องทดสอบการต้านแรงดึงตั้งฉากกับผิว
7. เครื่องทดสอบการยึดเหนี่ยวของตะปูเกลียว
8. เครื่องทดสอบการพองตัวเมื่อแช่น้ำ
2.2 วิธีการดำเนินการวิจัยและทดลอง
2.2.1 การเตรียมเศษกระดาษธนบัตรเก่า
1. นำเศษกระดาษธนบัตรเก่ามาทำการกระจายเยื่อ
2. นำเศษกระดาษธนบัตรเก่าที่กระจายเก่าที่กระจายเยื่อเสร็จแล้วไปทำการผึ่งแดด เพื่อลดความชื้นและป้องกันเชื้อรา
3. นำเศษกระดาษธนบัตรเก่าที่ได้มาชั่งน้ำหนักให้ได้ 30 เปอร์เซ็นต์ ของส่วนผสมทั้งหมด
2.2.2 การเตรียมขี้เลื่อย
1. นำขี้เลื่อยมาล่อนเพื่อแยกสิ่งสกปรกที่ติดมาออกและให้ได้อนุภาคที่ใกล้เคียงกัน
2. นำขี้เลื่อยมาตากแดดให้แห้งเพื่อลดความชื้น
3. ชั่งน้ำหนักขี้เลื่อยให้ได้ 20 10 และ 0 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ
2.2.3 การเตรียมพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง (HDPE)
ในการทดลองนี้ใช้พอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูงเป็นสารยึดติดระหว่างเศษกระดาษธนบัตรเก่าและขี้เลื่อย โดยใช้อัตราส่วน 50 60 และ 70 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ
2.2.4 กระบวนการขึ้นรูปแผ่นชิ้นไม้อัดจากเศษ
กระดาษธนบัตรเก่า ขี้เลื่อยและ พอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง (HDPE) ซึ่งใช้เป็นสารยึดติด
2.2.4.1 การเตรียมการผลิตชิ้นไม้อัด
การผลิตแผ่นชิ้นไม้อัดใช้อัตราส่วนระหว่างเศษกระดาษธนบัตรเก่า ขี้เลื่อย และ พอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง (HDPE) ที่แตกต่างกันโดยเริ่มจากการชั่งน้ำหนักของงวัตถุดิบแล้วนำมาผสมกัน แล้วจึงนำมาเทลงในแม่พิมพ์
ตารางที่1 แสดงอัตราส่วนระหว่างเศษกระดาษธนบัตรเก่า ขี้เลื่อย และ พอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง (HDPE)
2.2.4.2 การอัดร้อนคงรูปแผ่นชิ้นไม้อัด (Hot compression)
กรรมวิธีการอัดร้อนเป็นขั้นตอนที่สำ คัญมากในกระบวนการผลิตเป็นการอัดร้อนแบบแท่นอัดร้อน (Platen Presses) ในแนวราบวัตถุดิบทั้งหมดที่ผ่านการเทลงในแม่พิมพ์แล้วทำการเข้าเครื่องอัดร้อนโดยมีชุดโฮโดรลิกที่เป็นเครื่องอัดในการทำการขึ้นรูปเพื่ออัดให้ได้ขนาดของแผ่นตามต้องการ ขนาดความหนาที่ใช้ในการผลิตคือ กว้าง 120 เซนติเมตร ยาว 240 เซนติเมตร หนา 1 เซนติเมตร โดยใช้ความร้อนในการอัดที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ลงบนบล็อกแม่พิมพ์สี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีแผ่นเหล็กรองด้านล่างและแผ่นเหล็กกดทับด้านบนอยู่ในแนวตั้งฉากกับเครื่องอัดร้อน โดยใช้แรงกดทับ 1 ตัน
2.2.4.3 การปรับสภาพความชื้นและอุณหภูมิ
หลังจากอัดร้อนแล้วนำแผ่นที่ได้ไปปรับสภาวะความชื้นและที่อุณหภูมิห้องประมาณ 24 ชั่วโมง เนื่องจากแผ่นที่ออกจากเครื่องอัดร้อนจะมีอุณหภูมิที่ผิวสูงมากเพื่อให้ความชื้นในแผ่นเพิ่มขึ้นและให้อุณหภูมิของแผ่นลดลงและให้ปริมาณความชื้นและอุณหภูมิกระจายสม่ำเสมอกันทั้งแผ่น ก่อนที่จะนำแผ่นที่ได้จากการอัดขึ้นรูปไปตัดขอบทิ้ง
2.2.4.4แผ่นไม้อัดสำเร็จรูป (Compressed Fiberboard)
นำแผ่นใยไม้อัดสำเร็จรูปที่ได้จากการขึ้นรูปในการทดลองนำไปทดสอบสมบัติเชิงกลตามลักษณะตามมาตรฐานกำหนดที่ใช้ในการทดสอบ
2.2.5 การทดสอบเชิงกล
การทดสอบทำได้โดยการตรวจพิจารณาตามลักษณะของการตรวจสอบสมบัติเชิงกล ตามมาตรฐานอุตสาหกรรมการทดสอบแผ่นชิ้นไม้อัดแบบอัดราบ มอก.876-2547
2.2.5.1 การตรวจสอบเชิงกล
1. ความหนาแน่น (Density)
2. ความชื้น (Moisture content)
3. การดูดซึมน้ำ (Water Absorption)
4. การพองตัวเมื่อแช่น้ำ (Thickness Swelling)
5. การต้านแรงดัด (Modulus of Rupture)
6. การต้านแรงดึงตั้งฉากกับผิว (Tensile Strength)
7. การยึดเหนี่ยวของตะปูเกลียว (Screw holding power)
2.2.6 ขั้นตอนบันทึกผล วิเคราะห์ และแปรผลข้อมูล
นำค่าต่างๆที่ได้จาการทดสอบของ เศษกระดาษธนบัตรเก่า ขี้เลื่อยและพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง(HDPE) ที่ขึ้นรูปได้มาบันทึกผล โดยการบันทึกข้อมูลต่างๆดังนี้
1. บันทึกผลอัตราส่วนของ เศษกระดาษธนบัตรเก่า ขี้เลื่อยและพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง(HDPE) ที่เหมาะสม
2. บันทึกผลการทดสอบคุณสมบัติเชิงกลในหัวข้อต่างๆที่กล่าวมาข้างต้น
3. เปรียบเทียบอัตราส่วนที่เหมาะสมที่สุดที่มีผลต่อคุณสมบัติเชิงกล
4. นำผลข้อมูลที่เหมาะสมที่สุดไปทำการผลิตเฟอร์นิเจอร์ต่อไป
3. ผลการทดลอง
ในการทำ การทดลองโครงงานเรื่อง การขึ้นรูปเฟอร์นิเจอร์จากกระดาษธนบัตรเก่าและขี้เลื่อย โดยใช้พลาสติกพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูงเป็นตัวประสานเพื่อใช้ขึ้นรูปแผ่นชิ้นไม้อัดโดยเครื่องอัดขึ้นรูปด้วยความร้อน ซึ่งได้ผลการทดลองดังนี้
3.1 ผลการศึกษาอัตราส่วนในการผลิตแผ่นชิ้นไม้อัดจากเศษกระดาษธนบัตรเก่า ขี้เลื่อยและพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง
การขึ้นรูปแผ่นชิ้นไม้อัดจากเศษกระดาษธนบัตรเก่า ขี้เลื่อยและพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูงในอัตราส่วนระหว่างขี้เลื่อยต่อกระดาษธนบัตรเก่าต่อพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูงคือ 5:3:2, 6:3:1 และ 7:3:0 แล้วทำการอัดขึ้นรูปแผ่นชิ้นไม้อัดโดยเครื่องอัดขึ้นรูปด้วยความร้อน (ดังตารางที่ 1)
จากการทดสอบอัตราส่วนข้างต้นแล้วพบว่าพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูงต่อกระดาษธนบัตรเก่าต่อขี้เลื่อย 5:3:2 และ 6:3:1 สามารถขึ้นเป็นแผ่นชิ้นไม้อัดได้โดยมีความหนาที่ 15 มิลลิเมตร เนื่องจากอนุภาคของขี้เลื่อยมีขนาดเล็กเมื่อนำมาผสมกันจะมีน้ำหนักมากกว่าเศษธนบัตรและพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูงจึงทำให้ขี้เลื่อยตกลงสู่ด้านล่างและขี้เลื่อยยังกระจุกตัวพร้อมทั้งสอดแทรกตัวอยู่ระหว่างชั้นกลางจึงทำให้เกิดความหนามากกว่า 10 มิลลิเมตร ส่วน 7:3:0 นั้นสามารถขึ้นเป็นแผ่นชิ้นไม้อัดได้โดยมีความหนาที่ 10 มิลลิเมตร ตามความต้องการ เมื่อสัมผัสจะพบว่าอัตราส่วนทั้งสามแบบมีความแข็งแรงแม้ว่าจะมีความหนาที่ต่างกัน
3.2 ผลการเปรียบเทียบคุณสมบัติเชิงกลของแผ่นชิ้นไม้อัดทั้งสามตัวอย่าง
ในการเปรียบเทียบคุณสมบัติเชิงกลนั้น นำแผ่นชิ้นไม้อัดทั้งสามตัวอย่างไปทดสอบสมบัติเชิงกลตามมาตรฐานอุตสาหกรรมการทดสอบแผ่นชิ้นไม้อัดชนิดอัดราบ มอก. 876-2547
ตารางที่ 2 ผลการเปรียบเทียบคุณสมบัติเชิงกลของแผ่นชิ้นไม้อัดชนิดอัดราบกับแผ่นชิ้นไม้อัดที่ผลิตจากขี้
เลื่อยกระดาษธนบัตรเก่า และพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง
3.3 ผลการเปรียบเทียบคุณสมบัติเชิงกลของแผ่นชิ้นไม้อัดชนิดอัดราบกับแผ่นชิ้นไม้อัดที่ผลิตจากขี้เลื่อยกระดาษธนบัตรเก่า และพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง
จากการขึ้นรูปแผ่นชิ้นไม้อัดแล้ว นำ ไปทดสอบคุณสมบัติเชิงกลตามมาตรฐาน มอก.876-2547 เพื่อเปรียบเทียบกับแผ่นชิ้นไม้อัดชนิดอัดราบตามมาตรฐานการทดสอบ (ดังตารางที่ 2) พบว่า ผลการทดสอบของแผ่นชิ้นไม้อัดจากเศษกระดาษธนบัตรเก่าและขี้เลื่อยมีคุณสมบัติเชิงกลที่ดีมากกว่าแผ่นชิ้นไม้อัดชนิดราบ มีความหนาแน่นอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม มีค่าความชื้นน้อยที่สุด มีค่าการดูดซึมน้ำต่ำที่สุด มีค่าการพองตัวเมื่อแช่น้ำอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม มีค่าการต้านแรงดัดมากที่สุดซึ่งมีความสำคัญมากต่อการนำไปใช้งานในด้านการผลิตเฟอร์นิเจอร์ มีค่าการต้านแรงดึงตั้งฉากกับผิวหน้ามากที่สุดและมีค่าการยึดเหนี่ยวของตะปูเกลียวด้านผิวและด้านขอบมากที่สุด ดังนั้นแผ่นชิ้นไม้อัดตัวอย่างที่ 3 จึงมีความเหมาะสมที่สุดที่จะนำไปผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์เพื่อใช้งานต่อไป
4. สรุปผลการศึกษา
โครงงานนี้เป็นการทดลองเพื่อผลิตแผ่นชิ้นไม้อัดจากเศษกระดาษพิมพ์สิ่งพิมพ์มีค่าธนบัตรเก่าผสมกับขี้เลื่อยโดยใช้พอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูงเป็นตัวประสานจากนั้นนำแผ่นชิ้นไม้อัดที่ได้ไปทดสอบคุณสมบัติต่างๆตามมาตรฐาน มอก. 876-2547 เพื่อหาอัตราส่วนที่เหมาะสมที่สุดในการนำไปขึ้นรูปแผ่นชิ้นไม้อัด แล้วนำแผ่นชิ้นไม้อัดที่มีคุณสมบัติที่ดีที่สุดไปทำการผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์
4.1 สรุปผลการทดลองการหาอัตราส่วนระหว่างเศษกระดาษธนบัตรเก่า ขี้เลื่อย และพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูงที่นำมาผลิตแผ่นชิ้นไม้อัด
จากการศึกษาผลการทดลองการผลิตแผ่นชิ้นไม้อัดจากเศษกระดาษธนบัตรเก่าผสมกับขี้เลื่อยและพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง ผู้วิจัยได้ทำการทดลองการขึ้นรูปของ
แผ่นชิ้นไม้อัดในอัตราส่วนระหว่างต่อพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูงกระดาษธนบัตรเก่าต่อขี้เลื่อย คือ 5:3:2, 6:3:1 และ 7:3:0 เพื่อหาอัตราส่วนที่เหมาะสม พบว่าแผ่นชิ้นไม้อัดที่อัตราส่วน 7:3:0 มีความหนาของแผ่นไม้ที่เหมาะสม เนื้อผิวของแผ่นไม้มีความเรียบเนียนสม่ำเสมอ และมีความหนาแน่น ความต้านแรงดัด ที่สามารถทนต่อการรับน้ำหนักได้ดี
4.2 สรุปผลการศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพของแผ่นชิ้นไม้อัด
จากการทดสอบตามมาตรฐานอุตสาหกรรมการทดสอบแผ่นชิ้นไม้อัดแบบอัดราบ มอก.876-2547 ผลการศึกษาจะแบ่งออกตามลักษณะดังนี้
1. ความหนาแน่น พบว่า แผ่นชิ้นไม้อัดที่อัตราส่วน 5:3:2 มีความหนาแน่นน้อยที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับแผ่นชิ้นไม้อัดที่อัตราส่วน 6:3:1 และ 7:3:0 แผ่นชิ้นไม้อัดที่อัตราส่วน 6:3:1 มีความหนาแน่นมากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับแผ่นชิ้นไม้อัดที่อัตราส่วน 5:3:2 และ 7:3:0
2. ความชื้น พบว่า แผ่นชิ้นไม้อัดที่อัตราส่วน 7:3:0 มีค่าความชื้นน้อยที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับแผ่นชิ้นไม้อัดที่อัตราส่วน 6:3:1 และ 5:3:2 ซึ่งความชื้นมีผลต่อการใช้งานของแผ่นชิ้นไม้อัด
3. การดูดซึมน้ำ พบว่า แผ่นชิ้นไม้อัดที่อัตราส่วน 7:3:0มีค่าการดูดซึมน้ำน้อยที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับแผ่นชิ้นไม้อัดที่อัตราส่วน 6:3:1 และ 5:3:2
4. การพองตัวเมื่อแช่น้ำ พบว่า แผ่นชิ้นไม้อัดที่อัตราส่วน 6:3:1 และ 7:3:0 มีค่าใกล้เคียงกัน เนื่องจากที่อัตราส่วน 6:3:1 มีปริมาณขี้เลื่อยน้อย จึงไม่ส่งผลต่อการพองตัวเมื่อแช่น้ำ ทำให้อัตราส่วน 6:3:1 มีค่าการพองตัวเมื่อแช่น้ำน้อยที่สุด
5. การต้านแรงดัด พบว่า แผ่นชิ้นไม้อัดที่อัตราส่วน 7:3:0 มีค่าการต้านแรงดัดมากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับแผ่นชิ้นไม้อัดที่อัตราส่วน 6:3:1 และ 5:3:2 ซึ่งค่าการต้านแรงดัดมีความสำคัญมากในการนำแผ่นชิ้นไม้อัดไปผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์ เพื่อรองรับน้ำหนักในการใช้งาน
6. การต้านแรงดึงตั้งฉากกับผิวหน้า พบว่า แผ่นชิ้นไม้อัดที่อัตราส่วน 7:3:0 มีค่าการต้านแรงดึงตั้งฉากกับผิวหน้ามากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับแผ่นชิ้นไม้อัดที่อัตราส่วน 6:3:1 และ 5:3:2
7. การยึดเหนี่ยวของตะปูเกลียว พบว่า แผ่นชิ้นไม้อัดทั้ง 3 อัตราส่วนมีคุณสมบัติด้านการยึดเหนี่ยวของตะปูเกลียวทั้งด้านผิว และ ด้านขอบ ที่เหมาะสม จึงสามารถนำไปผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์ได้
4.3 สรุปผลการนำ แผ่นชิ้นไม้อัดไปผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์
จากผลการทดสอบ ผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์และนำแผ่นชิ้นไม้อัดที่อัตราส่วน 7:3:0 มาทำการผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์โดยออกแบบและผลิตเป็นชั้นวางของ 2 รูปแบบ คือ ชั้นวางหนังสือแบบช่องรังผึ้ง ที่มีขนาด 30x 100 x 100 เซนติเมตร และชั้นวางของลักษณะ 4 ชั้นปิดผนัง 2 ด้าน ที่มีขนาด 30 x 60 x 100 เซนติเมตร

4.4 การอภิปรายผล
จากการทดลอง การผลิตเฟอร์นิเจอร์จากเศษกระดาษธนบัตรเก่าและขี้เลื่อย โดยมีพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูงเป็นตัวประสาน ซึ่งมีคุณสมบัติโดยทั่วไปของพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูงมีความแข็งแรง ทนอุณหภูมิสูงและคงรูป มีลักษณะผิวแข็ง มีค่าไดเร็คทริคซิตี้ (dilectricity) ดีมาก ไม่มีรสและกลิ่น สามารถต้มฆ่าเชื้อได้ อีกทั้งยังทนต่อสารเคมีประเภทกรด ด่างและแอลกอฮอล์ได้ดีอีกด้วย ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวจึง
เหมาะอย่างยิ่งในการใช้เป็น สารยึดติดสำหรับการผลิตแผ่นชิ้นไม้อัด (particle board) [3] พบว่าอัตราส่วนระหว่างพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง 70 เปอร์เช็นต์
ต่อเศษกระดาษธนบัตรเก่า 30 เปอร์เซ็นต์ ต่อ ขี้เลื่อย 0เปอร์เซ็นต์ และเมื่อนำไปทำการทดสอบทางสมบัติเชิงกล ผลที่ได้ ปรากฏว่า แผ่นชิ้นไม้อัดนี้มีคุณสมบัติที่แข็งแรงและมีความเหมาะสมสามารถนำไปขึ้นรูปเป็นแผ่นไม้อัดได้ เพราะไม่มีส่วนผสมของขี้เลื่อย ที่ทำให้เกิดความชื้น และดูดซับน้ำได้มาก เนื่องจากมีโมเลกุลเล็ก ที่ทำให้กระจายไม่ทั่วถึง ซึ่งสอดคล้องกับการวิจัยในการผลิตแผ่นไม้อัดเทียมจากพอลิเอทิลีนที่ผ่านการใช้งานแล้วผสมกับขี้เลื่อยในอัตราส่วน 70:30 มีแนวโน้มที่จะทำให้แผ่นไม้อัดเทียมมีสมบัติเชิงกลที่สูงที่สุด ทั้งในด้านการทนต่อแรงดึงและการต้านทานต่อการโก่งงอ[11]
5. คำสำคัญ
เศษกระดาษธนบัตรเก่า/ ขี้เลื่อย/ วัสดุรีไซเคิล/ แผ่นชิ้นไม้อัด/ มอก.876-2547
กิตติกรรมประกาศ
โครงงานเรื่อง “การผลิตเฟอร์นิเจอร์จากกระดาษพิมพ์สิ่งพิมพ์มีค่าและขี้เลื่อย” สำเร็จลุล่วงด้วยดีผู้วิจัยขอขอบพระคุณที่ได้รับทุนอุดหนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ฝ่ายอุตสาหกรรม โครงการโครงงานอุตสาหกรรมและวิจัย สำ หรับปริญญาตรีประจำปี 2552 และ อาจารย์นุชจรินทร์ เหลืองสะอาด ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาควบคุมในการดำเนินงานศึกษาในการจัดทำโครงงานครั้งนี้ ที่กรุณาให้แนวคิด คำแนะนำวิธีการดำเนินการศึกษาตลอดจนวิธีดำเนินการทดลองและคำปรึกษาให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างการทำโครงงานด้วยความเมตตามาโดยตลอด
นอกจากนี้ยังได้รับความอนุเคราะห์จาก คุณวิโรจน์ วิริยะโชติ ผู้จัดการบริษัท กรีนบอร์ด (ประเทศไทย)จำกัด ที่ให้ความอนุเคราะห์ในเรื่องสถานที่ วัสดุอุปกรณ์ และเครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง อีกทั้งยังให้ความรู้เกี่ยวกับการผลิตแผ่นชิ้นไม้อัด ขอขอบคุณธนาคารแห่งประเทศไทย (Bank of Thailand) ที่ให้ความอนุเคราะห์วัสดุในการทำโครงงาน ขอขอบคุณบริษัท อุตสาหกรรมดีสวัสดิ์ จำกัด ที่ให้ความอนุเคราะห์
ขี้เลื้อยในการทำโครงงาน
เอกสารอ้างอิง
1. เอกสารชุดความรู้เกี่ยวกับประเภทคุณสมบัติกระดาษจาก มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เรื่อง ประเภทคุณสมบัติกระดาษ.
2. ทำไมต้องเป็นไม้สักทอง [ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก : http://www.pantown.com/group.php?display=content&id=33933&name=content2&area=3
3. ศิริรัตน์ อภัยโส , 2539, แผ่นประกอบจากพลาสติกกับขี้เลื่อย,โครงงานวิทยาศาสตรมหาบัณทิต สาขาวนผลิตภัณฑ์ ภาควิชาวนผลิตภัณฑ์ คณะวนศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
4. ธนาคารแห่งประเทศไทย อุปกรณ์ช่วยตรวจสอบธนบัตร [ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก :http://www.bot.or.th/Thai/Banknotes/production_and_security/Pages/Tools.aspx.
5. นิธินันท์ โชติศิริมงคล และคณะ, 2551, การผลิตบรรจุภัณฑ์ขึ้นรูปจากเยื่อผสมของชานอ้อยกับหนังสือพิมพ์ที่ใช้แล้วสำหรับกันกระแทกผลิตภัณฑ์เซรามิก,โครงงานวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีการพิมพ์ ภาควิชาเทคโนโลยีการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี.
6. เพ็ญศรี ปลอดภัย , 2546, การกำจัดตะกั่วโดยขี้เลื่อยและกากตะกรันจากเตาหลอมเหล็ก, โครงงานวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม คณะ
พลังงานและวัสดุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี.
7. จักรกฤช บู่ซัน และคณะ, 2551, การผลิตแผ่นใยไม้อัดจากเส้นใยเปลือกทุเรียนผสมยางพารา, โครงงานวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีการพิมพ์ ภาควิชา
เทคโนโลยีการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี.
8. พลาสติก [ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก :http://th.wikipedia.org.
9. ศูนย์บริการข้อมูลคลีนิกเทคโนโลยี [ออนไลน์],เข้าถึงได้จาก :
http://www.ttc.most.go.th/online/callcenter/call_Detail.asp?rid=8598.
10. ศศิวิมล ศุภอภิชาตวงศ์, 2552, การเตรียมแผ่นไม้อัดเทียมโดยใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษแข็งที่ลามิเนตฟอยล์และลามิเนตพลาสติกเป็นวัตถุดิบ, สาขาเทคโนโลยีการ
พิมพ์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี.
11. ประชุม คำพุฒ, 2550, แผ่นไม้อัดเทียมจากโพลีเอทธิลีนที่ผ่านการใช้งานแล้วกับผงขี้เลื่อย,เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ วิศวกรรมโยธาแห่งชาติครั้งที่12 , หน้า 207-212.
12. เอกสารจากบริษัท กรีนบอร์ด (ประเทศไทย) จำกัดเรื่อง วัสดุใหม่เพื่อสิ่งแวดล้อม แผ่นกระดานที่ได้จากการรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่ม.















































































